ปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมรับประทานใบเตยในรูปของผลิตภัณฑ์ปรุงแต่งสีที่ให้กลิ่นหอมในแบบธรรมชาติ นั้นคือการนำใบเตยมาปั่นหรือตำให้ละเอียด กรองแล้วเอาน้ำมาใช้สำหรับเป็นสีผสมอาหาร เช่น วุ้นกระทิใบเตย สาคูใบเตย บัวลอยใบเตย ฯลฯ หรือจะนำใบเตยมาคั้นสด ทำเป็นเครืองดื่มแก้กระหายก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้นอกจากใบเตยจะนิยมนำมาเป็นส่วนผสมใบอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีคนนิยมนำใบเตยมาใช้ทำเป็นภาชนะในการรองอาหารอีกด้วย กลิ่นอันหอมหวนโดดเด่นก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของใบเตยที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นดับกลิ่นคาวในอาหาร ดับกลิ่นอับในห้อง หรือตู้เสื้อผ้า เพิ่มกลิ่นของขนมและอาหารให้น่าสนใจและเรียกน้ำย่อยได้อย่างดีทีเดียว
ใบเตยเป็นพืชที่คนไทยทุกคนต่างก็รู้จักกันดีเนื่องจากมีการนำมาใช้กันอย่างหลากหลายตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาปรุงแต่งอาหารอย่างขนมไทยให้มีกลิ่นหอม อร่อย และยังให้สีสันน่ารับประทานอีกด้วย นอกจากนี้ใบเตยยังประกอบด้วยวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอีกหลายชนิด โดยใบเตยหอมจะมีเบต้าแคโรทีน, วิตามินซี, วิตามินบี2, วิตามินบี3, ธาตุแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ธาตุฟอสฟอรัส, คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน และยังให้พลังงานอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วพันธุ์เตยที่นิยมปลูกกันคือพันธุ์เตยหอม สำหรับวิธีการที่ใช้ขยายพันธุ์นั้นส่วนใหญ่ใช้วิธีแยกหน่อ โดยการตัดเหง้าที่อยู่ใต้ดิน แล้วแยกระหว่างต้นใหม่กับต้นแม่โดยให้มีรากติดมาด้วย จากนั้นให้ใช้ปูนแดงทาแผลรอยตัดเพื่อกันเน่า และก่อนที่จะนำเอาเตยที่แยกออกมาไปปลูกก็ให้ตัดปลายใบของต้นกล้าออกบ้าง โดยตัดให้เหลือครึ่งหนึ่งของความยาวของใบเพื่อลดการคายน้ำและกระตุ้นให้เตยแตกใบใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของใบเตย
1.ใบเตยใบเตยหอม สรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น และช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ
2.ดื่มน้ำใบเตยจะช่วยดับกระหายคลายร้อน เพราะใบเตยมีกลิ่นหอมเย็นทานแล้วจึงรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย
3.รสหวานเย็นของใบเตย ช่วยชูกำลัง แก้อาการอ่อนเพลียของร่างกายได้
4.ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
5.ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟนั้นการรับประทานอาหารที่ปรุงจากใบเตยจะช่วยทำให้รู้สึกเย็นสบายสดชื่นได้
6.ช่วยลดความดันโลหิต
7.ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
8.ใบเตย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอาการและดับพิษไข้ได้
9.ใบเตยช่วยดับพิษร้อนภายในได้เป็นอย่างดี
10.ประโยชน์ของใบเตยใช้รักษาโรคหืด
11.สีเขียวของใบเตยเป็นสีของ คลอโรฟิลล์ สามารถนำมาใช้แต่งสีขนมได้
โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ระหว่างการหมักนมด้วยแบคทีเรียชนิดดีที่จัดอยู่ในจำพวกโพรไบโอติก ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนมเป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด การกินโยเกิร์ตมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้ โดยคุณค่าทางอาหารของโยเกิร์ตนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตในโยเกิร์ตในขณะที่รับประทาน ดังนั้นขบวนการผลิต การบรรจุ การเก็บ ตลอดจนการขนส่ง ล้วนแล้วแต่มีผลต่อคุณภาพของโยเกิร์ต ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนในการกำหนดคุณภาพของโยเกิร์ต แต่โยเกิร์ตที่ดีควรมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิต 100 ถึง 1000 ล้านตัวต่อปริมาณโยเกิร์ต 1 มิลลิกรัม